มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่22 มีนาคม 2554
1. เห็นชอบต่อกรอบนโยบาย ICT2020
2. มอบหมายให้ ทก. เป็นหน่อยงานหลักทําหน้าที่ในการกํากับดูแล
บริหารจัดการตามกรอบนโยบาย ICT2020 ให้เป็นวาระแห่งชาติ
3. มอบหมายให้ทก. รับผิดชอบจัดทําแผนแม่บท ICT 2 ฉบับ และประเมินผล
เพื่อติดตามความก้าวหน้า เมื่อครบกําหนดครึ่งระยะเวลาของกรอบนโยบาย
(ป พ.ศ. 2558)
4. มอบหมายให้กระทรวง กรม และรัฐวิสาหกิจทุกหน่วยงานดําเนินการ
ตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานตามที่ระบุไว้ใน
กรอบนโยบาย ICT2020 เพื่อให้การพัฒนา ICT ของประมีการบูรณาการ
5. มอบหมายให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อได้แก่ สงป.
กพ. นํากรอบนโยบาย
ICT 2020 นํากรอบนโยบายฯ มาใช้เป็นแนวทางจัดสรรทรัพยากร
ทางดด้านการพัฒนา ICT ของประเทศ
ICT 2020: ยุทธศาสตร์การพัฒนา
1. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ICT ที่เป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือการสื่อสารรูปแบบอื่นที่เป็นBroadband
ให้มี
ความทันสมัย มีการกระจายอย่างทั่วถึง และมีความมั่นคงปลอดภัย สามารถรองรับความต้องการของภาคส่วนต่างๆ
ได้
2. พัฒนาทุนมนุษย์ที่มีความสามารถในการพัฒนาและใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพมีวิจารณญาณและรูปเทท่าทัน
รวมถึงพัฒนา บุคลากร ICT ที่มีความรูัความสามารถและความเชี่ยวชาญระดับมาตรฐานสากล
3. ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ICT เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
และนํารายได้เข้าประเทศ โดยใช้โอกาสจากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจ การเป็นการค่าเสรี
และประชาคมอาเซียน
4. ใช้ICT เพื่อสร้างนวัตกรรมการบริการของภาครัฐที่สามารถให้บริการประชาชน
และธุรกิจทุกภาค
ส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล
5. พัฒนาและประยุกต์ICT เพื่อสร้างความแข่งขันของภาคการผลิต
ให้สามารถพึ่งตนเองและ
แข่งขันได้ในระดับโลกโดยเฉพาะภาคการเกษตร ภาคบริการ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มสัด
ส่วนภาคบริการในโครงสร้าง
เศรษฐกิจโดยรวม
6. พัฒนาและประยุกต์ICT เพื่อลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจและสังคม
โดยสร้างความ
เสมอภาคของโอกาสในการเข้าถึง ทรัพยากรและบริการสาธารณะสําหรับประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะบริการพื้นฐานที่จําเป็นต่อ
การดํารงชีวิต อย่างมีสุขภาวะที่ดี ได้แก่บริการด้านการศึกษาและบริการสาธารณสุข
7. พัฒนาและประยุกต์ICT เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อม
ที่ผ่านมากระทรวงไอซีทีได้กำหนดนโยบายหรือแผนแม่บทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในประเทศไปแล้วจำนวน
2 ฉบับ
แต่ละฉบับครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี โดยฉบับที่ 2 มีผลใช้บังคับในช่วงปี พ.ศ. 2549
– 2556
ดังนั้นในปีนี้กระทรวงไอซีทีจึงได้มีการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ฉบับที่ 3
ขึ้นเพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไปในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2557
– 2561
โดยบทความฉบับนี้ผู้เขียนจะพาไปรู้จักกับแผนแม่บท ICT ฉบับที่ 3
นี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายได้เห็นภาพกับได้เข้าใจในระดับหนึ่งว่า ICT ของประเทศไทยจะเดินไปในทิศทางใดและเราจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาให้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างไรได้บ้าง
แผนแม่บท ICT ฉบับที่ 3
นี้เป็นการดำเนินการตามกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย
ระยะปี พ.ศ. 2554 – 2563 หรือ ICT 2020 ซึ่งเป็นกรอบใหญ่กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศไทยมุ่งสู่ Smart
Thailand ในปี พ.ศ.2563 โดยกรอบ ICT
2020
นี้ได้กำหนดให้มีการจัดทำแผนแม่บท ICT เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่วางไว้
แนวคิดสำคัญในการจัดทำแผนแม่บท
ICT ฉบับที่ 3 คือต่อยอดการพัฒนาจากแผนแม่บท ICT ฉบับที่ 2
เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาด้าน ICT ของประเทศไทย
โดยยึดหลักการพัฒนาแบบยั่งยืน หรือ Sustainability ซึ่งหลักการพัฒนาด้าน ICT แบบยั่งยืนนี้ประกอบไปด้วยปัจจัยสำคัญ
ได้แก่ หลักธรรมาภิบาล (Governance) หลักความมั่นคงปลอดภัยทางโลกไซเบอร์ (Cyber Security)
หลักการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน
(Green ICT) หลักการพัฒนาที่สอดคล้องกับหลักกฎหมาย มาตรฐาน ระเบียบและวิธีการด้าน ICT
(Laws & Regulations Development) หลักการพัฒนาตามหลักเกณฑ์วุฒิภาวะด้าน ICT ที่เกี่ยวข้อง (Maturity
Model) และหลักการพัฒนาที่ลงถึงระดับชุมชนและท้องถิ่น
(Community & Region Based Development)
ในช่วงปีที่ผ่านมาแผนแม่บท
ICT ฉบับที่ 3
นี้ได้ผ่านการประชุมรับฟังความคิดเห็นแบบ Focus Group เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจํานวน
8
กลุ่มเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ในช่วงเดือนสิงหาคม 2556 การจัดการประชุมกลุ่มย่อย (Focus
Group) ดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในทุกมิติ
โดยแบ่งเป็น 8 กลุ่ม
ประกอบไปด้วยกลุ่ม Government กลุ่ม ICT เพื่อการพัฒนาสังคม
กลุ่ม ICT Human Capital กลุ่ม Infrastructure กลุ่ม ICT เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
กลุ่ม ICT กับสิ่งแวดล้อม
กลุ่ม ICT กับกลุ่มความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และกลุ่ม
ICT Industry ซึ่งในแต่ละกลุ่มได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่างๆ
ที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาเป็นประธานนำการประชุม
ยุทธศาสตร์หลักที่ถูกกำหนดในแผนแม่บท
ICT ฉบับที่ 3 ประกอบด้วยการพัฒนาใน 4 ยุทธศาสตร์ คือ
การพัฒนาทุนมนุษย์ให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ICT ของประเทศ (Participatory
People) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่คุ้มค่าและพอเพียง
(Optimal Infrastructure) การพัฒนาระบบบริการของภาครัฐอย่างชาญฉลาด (Smart
Government) การพัฒนาอุตสาหกรรม
ICT และภาคธุรกิจที่รุ่งเรืองสดใส
(Vibrant Industry & Business) โดยในแต่ละยุทธศาสตร์มีแนวคิดและแผนงานรองรับที่เป็นรูปธรรม
กล่าวคือ ยุทธศาสตร์ที่ 1
การพัฒนาทุนมนุษย์ให้เข้าถึงและรู้เท่าทัน ICT เพื่อการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพอย่างพอเพียง
ด้วยแนวคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม มีส่วนร่วมในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากบริการ ICT
(Participatory People) ยุทธศาสตร์ที่ 1
นี้มีแผนงานหลักหรือโครงการเร่งด่วนในการศึกษามาตรฐานในการกําหนดวิชาชีพด้าน ICT เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายบุคลากร ICT ระหว่างประเทศ ภายใต้ AEC/ASEAN
และ APEC
กับมุ่งส่งเสริมและยกระดับศูนย์การเรียนรู้
ICT ชุมชนและศูนย์อื่นๆ
ที่มีลักษณะคล้ายกันให้เป็นช่องทางและกลไกในการส่งเสริมทักษะแนวคิดสร้างสรรค์
รวมถึงการพัฒนาฝีมือแรงงานด้าน ICT การจัดตั้งศูนย์แห่งความเป็นเลิศในการพัฒนาบุคลากรสำหรับภาคบริการอิเล็กทรอนิกส์ในภูมิภาคอาเซียน
ยุทธศาสตร์ที่ 2
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่พอเพียง (Sufficient)
และคุ้มค่า (Optimal
Infrastructure) ยุทธศาสตร์นี้มีแผนงานหลักอยู่ที่การพัฒนาโครงข่ายหลักระหว่างประเทศ
เพื่อสร้างแนวทางในการเป็นศูนย์กลางด้าน Logistics ของภูมิภาค ASEAN
และ ASEAN
บวกพันธมิตร
รวมถึงการขยายจุดให้บริการและปรับปรุงคุณภาพ Free Wi-Fi ในที่สาธารณะโดยไม่คิดค่าบริการ
ในพื้นที่บริการนักท่องเที่ยว สวนสาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า
สถานีขนส่ง และสถานที่อื่นๆ ตามความเหมาะสม อีกทั้งยังมีแผนในการจัดทําชุดเครื่องมือมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยขั้นพื้นฐาน
(Standard Security Toolkit) สําหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมให้สามารถนําไปใช้ในการตรวจสอบและเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศในหน่วยงานได้
ยุทธศาสตร์ที่ 3 คือการยกระดับบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่นให้มีความมั่นคงปลอดภัย
ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคสากล (Smart Government) แผนงานหลักหรือโครงการหลักของยุทธศาสตร์นี้คือ
การประเมินระดับวุฒิภาวะ (Maturity) ของ e-Service ในด้านต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและหน่วยงานระดับกรมในทุกกระทรวง
การจัดตั้งหรือปรับปรุงเว็บไซต์กลางของภาครัฐตามแนวทาง Open
Government เช่น
ภายใต้ชื่อ Government Knowledge Center (www.g4share.go.th) หรือ www.data.go.th สําหรับใช้เป็นช่องทางในการเปิดเผยและแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร
รวมทั้งบริการในลักษณะ App Store ให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม
พร้อมด้วยเครื่องมือที่สามารถนําข้อมูลและบริการไปใช้ประโยชน์ได้สําหรับประชาชนและเอกชน
ยุทธศาสตร์ที่ 4 คือการพัฒนาขีดความสามารถของธุรกิจ
ส่งเสริมให้มีการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อให้มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดในระดับภูมิภาคและระดับสากล
รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม ICT เชิงสร้างสรรค์ และการใช้ ICT ในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Vibrant
Industry & Business) โดยยุทธศาสตร์นี้มีแผนงานหลักอยู่ที่การจัดตั้ง One
Stop Service ในการให้บริการข้อมูล
ข่าวสารรวมทั้งการจดทะเบียนเพื่ออํานวยความสะดวกในการจัดตั้งและประกอบธุรกิจ ICT ในประเทศไทย (Facilitation
Desk for ICT Business Start-up Program) รวมตลอดจนการจัดตั้งกองทุน ICT เพื่อการพัฒนา ICT ในภาคธุรกิจและการส่งเสริมอุตสาหกรรม
ICT โดยเฉพาะในภาคส่วนธุรกิจและอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
นอกจากนี้ยังมีโครงการ National Agriculture Platform เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนและการเข้าถึงข้อมูลที่จําเป็นในภาคการเกษตรในรูปแบบที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานทุกกลุ่มด้วย
เป้าหมายหลักที่กระทรวงไอซีทีคาดว่าจะได้รับจากการกำหนดยุทธศาสตร์ตามแผนแม่บท
ICT ฉบับที่ 3 ข้างต้นนั้นคือ การมีสัดส่วน ICT ต่อ GDP สูงขึ้นโดยเฉพาะจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม
(SMEs) ภาคธุรกิจมีเครื่องมือ ICT เพื่อสร้างความพร้อมและการปรับตัวในการแข่งขันในเวทีสากล
ประชาชน ชุมชนและท้องถิ่นสามารถประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาเรียนรู้
การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพได้
บริการอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐไร้ตะเข็บรอยต่อและเป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้บริการทุกภาคส่วน
สังคม ชุมชน ท้องถิ่นเข้มแข็ง ปลอดภัยและมีความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
อีกทั้งอันดับประเทศไทยด้าน ICT สูงขึ้นในสถาบันการจัดอันดับสากล
นอกจากนี้ยังตั้งเป้าให้ประชากรร้อยละ 80 ของประเทศสามารถเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายในปี
2558 และร้อยละ 90 ภายในปี 2561
อีกทั้งประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละ
75 มีความรอบรู้
เข้าถึง และมีส่วนร่วมในการพัฒนากับใช้ประโยชน์จากระบบ ICT ได้อย่างเท่าทัน
เพื่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ
นอกจากนี้ยังตั้งเป้าให้สัดส่วนมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรม ICT รวมทั้งอุตสาหกรรมดิจิตอลคอนเทนต์
ต่อ GDP ไม่น้อยกว่าร้อยละ
10 และมีระดับความพร้อมด้าน
ICT ใน Networked
Readiness Inbox อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาสูงที่สุดในสัดส่วนร้อยละ
30 ก่อให้เกิดการจ้างงานในสายวิชาชีพรูปแบบใหม่ๆ
ตามความต้องการของตลาดทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค
รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญและบทบาทของ ICT ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
(ICT2020)
กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ระยะ พ.ศ. 2544-2553 (IT
2010) ของประเทศไทยจะสิ้นสุดระยะเวลาลงในปี
พ.ศ. 2553 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในฐานะหน่วยงานหลักในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย
จึงได้มอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดทากรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระยะ
พ.ศ.2554 – 2563 ของประเทศไทย (ICT
2020) ขึ้น
เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
การสื่อสารและโทรคมนาคมมีความต่อเนื่องจากกรอบนโยบายเดิม
โดยมีสาระสาคัญเพื่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและโทรคมนาคมของประเทศไทยในระยะ 10 ปี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของโลก
และเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน นำกรอบนโยบายฯ
ไปใช้เป็นแนวทางจัดทาแผนพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารของตนเองต่อไป
โดยกรอบนโยบาย ICT 2020 นี้ ประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์หลัก คือ
1.ยุทธศาสตร์ “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและการสื่อสารแห่งอนาคต”
2.ยุทธศาสตร์ “ICT เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ”
3.ยุทธศาสตร์ “การพัฒนาทุนมนุษย์ ICT สำหรับปี 2020”
4.ยุทธศาสตร์ “การพัฒนาอุตสาหกรรม ICT”
5.ยุทธศาสตร์ "ICT เพื่อการให้บริการของภาครัฐ (Public Service)”
6.ยุทธศาสตร์ “ICT เพื่อความเท่าเทียมทางสังคม (Social Equality)”
7.ยุทธศาสตร์ “ICT เพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม”
นอกจากนี้ใน(ร่าง)กรอบนโยบาย ICT2020 ยังมีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระเทศอีก 3 ประเด็น คือ
1.ประเด็น “ด้านกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า”
2. ประเด็น “การเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย ICT: แนวทางการขับเคลื่อนภายใต้กรอบนโยบาย ICT 2020”
3. “แนวทางการพัฒนา ICT เพื่อการบริการสุขภาพภายใต้กรอบนโยบาย ICT 2020"
1.ยุทธศาสตร์ “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและการสื่อสารแห่งอนาคต”
2.ยุทธศาสตร์ “ICT เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ”
3.ยุทธศาสตร์ “การพัฒนาทุนมนุษย์ ICT สำหรับปี 2020”
4.ยุทธศาสตร์ “การพัฒนาอุตสาหกรรม ICT”
5.ยุทธศาสตร์ "ICT เพื่อการให้บริการของภาครัฐ (Public Service)”
6.ยุทธศาสตร์ “ICT เพื่อความเท่าเทียมทางสังคม (Social Equality)”
7.ยุทธศาสตร์ “ICT เพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม”
นอกจากนี้ใน(ร่าง)กรอบนโยบาย ICT2020 ยังมีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระเทศอีก 3 ประเด็น คือ
1.ประเด็น “ด้านกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า”
2. ประเด็น “การเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย ICT: แนวทางการขับเคลื่อนภายใต้กรอบนโยบาย ICT 2020”
3. “แนวทางการพัฒนา ICT เพื่อการบริการสุขภาพภายใต้กรอบนโยบาย ICT 2020"
ข้อสังเกตของกรอบนโยบาย
ICT2020
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ได้ไปร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างกรอบนโยบายไอซีที 2020 ของไทย
มีคนเข้าร่วมประชุมจากหลากหลายอาชีพจำนวนหลายร้อยคน สาระสำคัญของกรอบนโยบาย ICT2020 คือ
ต้องการให้ประเทศไทยเน้นการพัฒนาไอซีทีเพื่อส่งผลในสามเรื่องหลัก ๆ ได้แก่
เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น (Stronger Economy) ลดความเลื่อมล้ำทางสังคม
และสนับสนุนการพัฒนาประเทศที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
โดยกำหนดให้มีปัจจัยเกื้อหนุนสี่เรื่อง ได้แก่ 1)
ให้รัฐบาลเร่งพัฒนาการใช้ไอซีทีเพื่อการบริหารราชการแผ่นดิน
และบริการประชาชนแบบบูรณาการและมีธรรมภิบาล 2) เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไอซีที 3)
พัฒนาคนไทยให้มีความเชี่ยวชาญด้านไอซีที และสามารถใช้ไอซีทีอย่างแพร่หลาย และ 4)
ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมไอซีทีมีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลกได้
นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
(ICT2020) ด้านการศึกษา
แนวโน้มในการพัฒนาด้านการศึกษา
ด้านการพัฒนาคน - บุคลากรจะมีความสามารถในการสร้ างสรรค์และใช้ สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
มีวจารณญาณและรู้ เท่าทัน มากยิงขึ้นบุคลากรด้าน ICT มีการพัฒนาความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญในระดับที่เป็นสากล
ด้านการพัฒนาทรัพยากรขั้นพื้นฐาน- สร้างโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรและบริการสาธารณะต่างๆ
ให้ มีความทั่วถึงและทัดเทียมกันมากขึ้น- โครงสร้างพื้นฐาน ICT อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมีความทันสมัย
กระจายอย่างทั่วถึง มีความมั่นคงปลอดภัยสามารถตอบสนองต่อความต้องการได้ -
จานวนอุปกรณ์ เครื่องมือ คอมพิวเตอร์ ต่อจานวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น มีการใช้ ICT สร้างนวัตกรรมทางการศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการศึกษามากขึ้นด้านการพัฒนาทางสังคม
– วงการศึกษาส่วนราชการมีการติดต่อสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
ปลอดภัยและ สะดวกสบายยิงขึ้น- ระบบห้องเรียนออนไลน์ ที่ทาให้
นักเรียนและครูสามารถติดต่อสื่อสารได้ ทุกที่ทุกเวลา ได้ มีการพัฒนาให้ มี ประสิทธิภาพและสะดวกสบายมากยิงขึ้น-
ชุมชนและองค์กรภายนอกสถานศึกษาเริ่มมีบทบาทต่อการจัดการศึกษามากขึ้น
คำถามท้ายเรื่อง
1มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่22
มีนาคม 2554 มีกี่ข้อ อธิบาย
ตอบ 5 ข้อ1. เห็นชอบต่อกรอบนโยบาย ICT2020
2. มอบหมายให้ ทก. เป็นหน่วยงานหลักทําหน้าที่ในการกํากับดูแล
บริหารจัดการตามกรอบนโยบาย ICT2020 ให้เป็นวาระแห่งชาติ
3. มอบหมายให้ทก. รับผิดชอบจัดทําแผนแม่บท ICT
2 ฉบับ และประเมินผล
เพื่อติดตามความก้าวหน้า เมื่อครบกําหนดครึ่งระยะเวลาของกรอบนโยบาย
(ปพ.ศ. 2558)
4. มอบหมายให้กระทรวง กรม
และรัฐวิสาหกิจทุกหน่วยงานดําเนินการ
ตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานตามที่ระบุไว้ใน
กรอบนโยบาย ICT2020 เพื่อให้การพัฒนา ICT ของประมีการบูรณาการ
5. มอบหมายให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อ ได้แก่สงป.
กพ. นํากรอบนโยบาย
ICT 2020 นํากรอบนโยบายฯ มาใช้เป็นแนวทางจัดสรรทรัพยากร
ทางด้านการพัฒนา ICT ของประเทศ
2. ICT 2020 ยุทธศาสตร์การพัฒนามีกี่ข้อ อธิบาย
ตอบ มี 7 ข้อ1. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ICT ที่เป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือการสื่อสารรูปแบบอื่นที่เป็น Broadband
ให้มี
ความทันสมัย มีการกระจายอย่างทั่วถึง และมีความมั่นคงปลอดภัย
สามารถรองรับความต้องการของภาคส่วนต่างๆ ได้
2. พัฒนาทุนมนุษย์ที่มีความสามารถในการพัฒนาและใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพมีวิจารณญาณและรู้เทท่าทัน
รวมถึงพัฒนา บุคลากร ICT ที่มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญระดับมาตรฐานสากล
3. ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ICT เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
และนํารายได้เข้าประเทศ โดยใช้โอกาสจากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจ การเป็นการค่าเสรี
และประชาคมอาเซียน
4. ให้ICT เพื่อสรางนวัตกรรมการบริการของภาครัฐที่สามารถให้บริการประชาชน
และธุรกิจทุกภาค
ส่วนไดอย่างมีประสิทธิภาพ มีความมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล
5. พัฒนาและประยุกต์ICT เพื่อสร้างความเข้มแข็งของภาคการผลิต
ให้สามารถพึ่งตนเองและ
แข่งขันไดในระดับโลกโดยเฉพาะภาคการเกษตร ภาคบริการ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อเพิ่ม
สัดส่วนภาคบริการในโครงสร้าง
เศรษฐกิจโดยรวม
6. พัฒนาและประยุกต์ICT เพื่อลดความเหลื่อมล้าทางเศรษฐกิจและสังคม
โดยสร้างความ
เสมอภาคของโอกาสในการเข้าถึง ทรัพยากรและบริการสาธารณะสําหรับประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะบริการพื้นฐานที่จำเป็นต่อ
การดํารงชีวิต อย่างมีสุขภาวะที่ดี ได้แก่ บริการด้านการศึกษาและบริการสาธารณสุข
7. พัฒนาและประยุกต์ICT เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อม
3. อธิบายความหมายแผนแม่บท
ICT ฉบับที่ 3
ตอบ เป็นการดำเนินการตามกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย
4.อธิบายแนวคิดสำคัญในการจัดทำแผนแม่บท
ICT ฉบับที่3 พอสังเขป
ตอบ
คือต่อยอดการพัฒนาจากแผนแม่บท ICT ฉบับที่ 2
เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาด้าน ICT ของประเทศไทย
โดยยึดหลักการพัฒนาแบบยั่งยืน หรือ Sustainability ซึ่งหลักการพัฒนาด้าน ICT แบบยั่งยืนนี้ประกอบไปด้วยปัจจัยสำคัญ
5. นโยบาย CT
2020 ประกอบด้วยยุทธศาสตร์อะไรบ้าง
ตอบคือ1.ยุทธศาสตร์
2.ยุทธศาสตร์
3.ยุทธศาสตร์
5.ยุทธศาสตร์)”
6.ยุทธศาสตร์
7.ยุทธศาสตร์
ตอบคือ1.ยุทธศาสตร์
2.ยุทธศาสตร์
3.ยุทธศาสตร์
5.ยุทธศาสตร์)”
6.ยุทธศาสตร์
7.ยุทธศาสตร์
แหล่งอ้างอิง